ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
การรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้วย เทคโนโลยีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์
[14 กันยายน 2552 00:06 น.]จำนวนผู้เข้าชม 8212 คน



Blastocyst culture

Blastocyst
คือตัวอ่อนที่เจริญเติบโตไปแล้ว 5 วันหลังจากที่เกิดการปฏิสนธิของไข่และอสุจิ เป็นตัวอ่อนระยะก่อนฝังตัว มีจำนวนเซลล์ 120 – 150 เซลล์ ตัวอ่อนระยะนี้จะแบ่งเซลล์ออกเป็นสองชนิดคือ Inner cell mass ซึ่งเป็นส่วนที่จะเจริญไป เป็นทารก และ Trophoblas cells ซึ่งเป็นส่วนที่จะเจริญไปเป็นรก แตกต่างจากตัวอ่อนระยะ Cleaving (ระยะ 1-16 cells) ที่ยังเจริญเติบโตไม่ถึง 5 วันซึ่งมีเซลล์เพียงชนิดเดียวเท่านั้น

Blastocyst culture
          คือการทำการปฏิสนธิของไข่และอสุจิภายนอกร่างกายแล้วเลี้ยงตัวอ่อนต่อไปจนถึงระยะ Blastocyst แล้วจึงใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูก เพื่อให้ไปฝังตัวและเกิดเป็นทารกต่อไป การเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกายจนถึงระยะ Blastocyst นั้นต้องใช้ระยะเวลา 5 วัน และจะต้องใช้น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนตามความต้องการสารอาหารของตัวอ่อนแต่ละระยะ การใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูกในระยะ Cleaving (เพียง 4 - 8 cells) จะต้องเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกร่างกาย 2 – 3 วัน แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาสภาวะ แวดล้อมในการเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกร่างกายได้นานขึ้น (5 – 6) วัน จนกระทั่งตัวอ่อนเจริญเติบโตไปถึงระยะ Blastocyst ซึ่งเป็นตัวอ่อนที่มีการพัฒนาไปถึงขั้นสูงที่สุดก่อนที่จะฝังตัวเกิดเป็นเด็ก และเป็นระยะที่อยู่ในโพรงมดลูกตามธรรมชาติ  เมื่อใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูกตัวอ่อนจึงสามารถฝังตัวได้ทันที ตัวอ่อนที่แข็งแรงดีจะออกจากเปลือกเมื่อสิ้นสุดวันที่ 6 และภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่เจาะออกจากเปลือกแล้วก็จะเริ่มฝังตัวลงไปบนเยื่อบุโพรงมดลูกของแม่ จึงทำให้อัตราการ ตั้งครรภ์ ของวิธีการนี้สูงกว่าการใส่ตัวอ่อนในระยะอื่นๆทั้งหมด 

                

ขั้นตอนในการรักษา
 

  1. กระตุ้นรังไข่ให้ผลิตไข่หลายๆใบ โดยการฉีดยา การฉีดยาจะฉีดวันละ 1 เข็มติดต่อกันโดยเฉลี่ยจะฉีดประมาณ 7 – 10 วัน โดยปกติจะต้องการไข่จำนวน 8 – 10ใบ ยาที่ใช้กระตุ้นไข่ในปัจจุบันเป็นยาชนิดใหม่ที่มีความบริสุทธิ์ของยามากขึ้นทำให้มีโอกาสได้ไข่จำนวนมากขึ้น และใช้ปริมาณยารวมทั้งจำนวนวันที่ฉีดลดลง
  2. เมื่อกระตุ้นไข่ด้วยยาแล้วแพทย์จะทำการตรวจติดตามการเจริญเติบโตของไข่โดยใช้เครื่องอุลตร้าซาวน์ เมื่อพบว่าไข่สุกสมบูรณ์เต็มที่แล้ว แพทย์จะทำการเจาะไข่เพื่อดูดเอาเซลล์ไข่ออกมาภายนอกร่างกาย
  3. การเจาะไข่จะเจาะผ่านทางช่องคลอด โดยใช้อุลตร้าซาวน์บอกตำแหน่ง แล้วใช้เข็มเล็กๆเจาะไข่ออกมาจากรังไข่ การเจาะไข่จะใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาทีเท่านั้น และแพทย์จะให้ยานอนหลับขณะทำการเจาะ และเมื่อคนไข้ตื่นขึ้นมาก็จะสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล                                                                                
  4. การเก็บเชื้ออสุจิทำได้โดยให้ฝ่ายชายหลั่งอสุจิใส่ภาชนะที่จัดไว้ให้ แล้วนำอสุจิที่ได้ มาคัดเลือกตัวที่แข็งแรง โดยใช้เครื่องมือพิเศษและน้ำยา Pure Sperm ทำให้สามารถคัดเลือกตัวอสุจิที่มีความสะอาดปราศจากเชื้อ และมีประสิทธิภาพในการผสมกับไข่ มากขึ้น ก่อนที่จะนำมาทำการปฏิสนธิกับไข่
  5. ทำการปฏิสนธิไข่และอสุจิ และเลี้ยงตัวอ่อนในห้องทดลอง โดยใช้เวลาเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกายทั้งหมด 5 วัน
  6. เมื่อได้ตัวอ่อนที่เป็นระยะ Blastocyst แล้วแพทย์จะทำการใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ โดยใช้ท่อพลาสติกเล็กๆสอดผ่านทางช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูก แล้ววางตัวอ่อนลงไป  ขณะใส่ตัวอ่อนคนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลา โดยไม่มีความเจ็บปวดใดๆ  เมื่อใส่ตัวอ่อนเรียบร้อยแล้วต้องนอนพักอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนกลับบ้าน                                                    
  7. หลังจากใส่ตัวอ่อนไปแล้วแพทย์จะนัดมาพบเป็นระยะ เพื่อติดตามดูแลระดับฮอร์โมนให้มีความสมดุลย์ และมีสภาพเยื่อบุโพรงมดลูกเหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน
  8. หลังจากใส่ตัวอ่อนไปแล้ว 14 วัน แพทย์จะทำการทดสอบการตั้งครรภ์ โดยการเจาะเลือดตรวจหาระดับฮอร์โมน hCG หรือฮอร์โมนรกเด็ก

ข้อดีของการทำ Blastocyst Culture

  • อัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้น (สูงกว่า 50 %)
  • สามารถเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดี และมีการเจริญเติบโตดีที่สุดใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ได้
  • Blastocyst เป็นตัวอ่อนระยะที่อยู่ในโพรงมดลูกตามธรรมชาติ และพร้อมที่จะฝังตัวแล้ว เมื่อใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ก็จะสามารถฝังตัวได้เลย ซึ่งเป็นวิธีการที่ตรงกับ กระบวนการในธรรมชาติมากที่สุด
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดแฝดที่มีจำนวนทารกมากกว่า 2 คน เนื่องจากอัตราการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการนี้ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะใส่ตัวอ่อนเพียง 1- 2 ตัวอ่อนก็มีโอกาสตั้งครรภ์แล้ว
  • สามารถทำการวินิจฉัยความผิดปกติของตัวอ่อนก่อนใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกได้
  • ไม่ต้องมีความเจ็บปวดในการรักษา ไม่มีการผ่าตัด หรือเจาะท้อง
  • ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล สามารถกลับบ้านได้ทุกขั้นตอน

Testicular Sperm Extraction (TESE)
 
             เป็นวิธีการเจาะเอาอสุจิออกมาจากอัณฑะในกรณีที่ฝ่ายชายไม่มีตัวอสุจิในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมา อันอาจเนื่องมาจากการอุดตันของท่อนำอสุจิ หรือถูกตัดบางส่วนของท่อนำตัวอสุจิ (ทำหมัน)
การทำ TESE เป็นการผ่าตัดเล็กๆและมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก โดยจะตัดเอาเนื้อเยื่อบางส่วน จากลูกอัณฑะโดยใช้เข็มดูดออกมาตรวจหาตัวอสุจิ  การผ่าตัดจะทำภายใต้การให้ยาชาเฉพาะที่ ตัวอสุจิที่ตรวจพบจะถูกนำไปฉีดเข้าไปในไข่โดยขั้นตอนของการทำ ICSI

Intracytoplasmic  sperm injection (ICSI)

คือเทคนิคการทำจุลหัตถการของไข่และอสุจิ โดยการใช้อสุจิตัวเดียว ดูดเข้าไปในเข็มแก้วเล็กๆ แล้วใช้เข็มนั้นเจาะเข้าไปในไข่ใบเดียวและฉีดอสุจิที่อยู่ในเข็มเข้าไปในไข่ เป็นการช่วยปฏิสนธิในรายที่มีจำนวนตัวอสุจิน้อยมาก หรือตัวอสุจิไม่สามารถเจาะเข้าไปในไข่ได้เอง       


------------------------
ที่มา : http://www.perfectwomaninstitute.com/service-Blastocyst-th.php

 

แนวการรักษาเพื่อการมีบุตร
- การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) 3 ขั้นตอน [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- ความแตกต่างของ เด็กหลอดแก้ว กับการ ทำกิ๊ฟท์ [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- ยากระตุ้นไข่ [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- สารพันคำถามเรื่องการอุ้มบุญ [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- Stem Cell กับการรักษาภาวะมีบุตรยาก [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- IVM อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ สำหรับคนมีบุตรยาก [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- เปรียบเทียบการรักษา แผนจีน-แผนปัจจุบัน (ตอน 2) : ทัศนะแพทย์แผนจีน [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- เปรียบเทียบการรักษาแผนจีน-แผนปัจจุบัน (ตอน 1) ภาวะมีบุตรยาก : ทัศนะแพทย์แผนปัจจุบัน [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- การปฏิบัติตัวของผู้มีบุตรยาก ที่ได้รับการรักษาด้วยการผสมเทียม [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
- การรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้วย เทคโนโลยีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์ [14 กันยายน 2552 00:06 น.]
ดูทั้งหมด

    รายการสินค้า
     >>ชุดทดสอบการตกไข่
     >>ชุดทดสอบการตั้งครรภ์
     >>กล้องตรวจวันตกไข่ ด้วยน้ำลาย
     >>ปรอทวัดอุณหภูมิ BBT เพื่อหาวันตกไข่
     >>เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ
     >>ชุดทดสอบฮอร์โมน FSH(วัยทอง)
     >>ชุดตรวจสอบอสุจิเบื้องต้นด้วยตนเอง
     >>เจลหล่อลื่น Pre-seed
     >>ชุดทดสอบเพศทารกในครรภ์
    วิธีใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อผู้อยากมีลูก
     - วิธีใช้ ชุดทดสอบการตกไข่
     - วิธีใช้ ชุดทดสอบการตั้งครรภ์
     - วิธีใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ แบบดิจิตอล
     - วิธีใช้ กล้องตรวจวันตกไข่ ด้วยน้ำลาย
     - วิธีวัดอุณหภูมิ BBT เพื่อหาการตกไข่
     - วิธีใช้ ชุดทดสอบเพศทารกในครรภ์
    การตั้งครรภ์
     - รู้จัก ฮอร์โมน ยามท้อง
     - เรียนรู้วงจรการตกไข่
     - สัญญาณการตั้งครรภ์
     - สัญญาณการตั้งครรภ์ 10 ประการ
     - เกิดอะไรขึ้นในช่วง 9 เดือนของการตั้งครรภ์
     - การตั้งครรภ์เมื่ออายุมากกว่า 35
     - ภาวะโลหิตจางกับการตั้งครรภ์
    โรคใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้
     - สาวอายุ 30 กับคำว่า วัยทอง
     - มะเร็งปากมดลูก
     - Endometriosis
    บทความ สำหรับผู้อยากมีลูก
     - เกี่ยวกับการมีบุตรยาก
     - การรักษาเพื่อการมีบุตร
     - การเลือกเพศบุตร
     - การตั้งครรภ์
     - โรคใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้
    รวมลิงค์น่าสนใจ
     - โปรแกรมคำนวณวันไข่ตก
     - ตารางคำนวณโอกาศการตั้งครรภ์
     - มาทายเพศของลูกในท้องกัน
     - รวมสาเหตุ ภาวะการไม่ตกไข่
     - ตั้งชื่อลูกน้อย ให้เป็นมงคล
     - Dumex
    Listคลีนิครักษามีบุตรยาก
    ตรวจสอบสถานะพัสดุ
    ข่าวรายวันที่เกี่ยวกับการมีบุตรยาก
     - “กลยุทธ์” หยุดปัญหามีลูกยาก!
     - 360องศา ปัญหา
     - มีลูก "ยาก" ถึงเวลาตรวจ "สเปิร์ม"
     - Natural IVF/IVM ทางเลือกใหม่
     - ผู้ชายชอบกินสเต๊กมีเชื้ออสุจิเชื่องช้า
     - เมื่อหนู ๆ ไม่ยอมมาอุแว้...
     - ฮีโร่..งัดสารพัดเทคนิคช่วยผู้มีบุตรยาก
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 254
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,622,966
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
26 มิถุนายน 2562
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
      
10  11  12  13  14  15 
16  17  18  19  20  21  22 
23  24  25  26  27  28  29 
30             
Copyright by wecare2009.com
Engine by MAKEWEBEASY